สาระสำคัญ/ความคิดรวมยอด

กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า คือ วรรณคดีที่พระยาอุปกิตศิลปสารแปลและดัดแปลงจากบทกวีภาษาอังกฤษของธอร์มัส เกรย์ การเรียนรู้กลอนดอกสร้อยบทที่ 9–16 นักเรียนควรฝึกอ่านออกเสียงอย่างถูกต้องตามฉันทลักษณ์และการแบ่งวรรคตอน เพื่อเข้าถึงจังหวะและสัมผัสของกลอน ตลอดจนการถอดคำประพันธ์ วิเคราะห์เนื้อหา และตีความความหมายที่ซ่อนอยู่ กลอนดอกสร้อยจึงมีคุณค่าในการสะท้อนศิลปะการประพันธ์ไทย ทั้งในด้านโครงสร้าง ภาษา และความงดงามทางวรรณศิลป์ที่สมควรศึกษาและสืบทอดต่อไป

ตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้

ตัวชี้วัด

  ท 5.1 ม.2/1 สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านในระดับที่ยากขึ้น

  ท 5.1 ม.2/2 วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดี วรรณกรรมและวรรณกรรมท้องถิ่นที่อ่านพร้อมยกเหตุผลประกอบ

  ท 5.1 ม.2/3 อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K)

  - อธิบายลักษณะคำประพันธ์ ฉันทลักษณ์ และความหมายจากการถอดคำประพันธ์กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าบทที่ 9-15 ได้ถูกต้อง

2. ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)

  - อ่านออกเสียงกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าบทที่ 9-15 ได้อย่างถูกต้องตามการแบ่งวรรคตอน และนำเสนอการวิเคราะห์เนื้อหาและการตีความอย่างเป็นระบบ

3. ด้านคุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A)

  - ตระหนักและเห็นคุณค่าของวรรณคดีไทย โดยแสดงออกผ่านการตั้งใจเรียน และการสะท้อนคิดถึงข้อคิดที่ได้จากการเรียนรู้

การวัดผลและประเมินผล

- ใบงานที่ 4 เรื่อง สำรวจคำศัพท์และวิเคราะห์เนื้อหากลอนดอกสร้อยฯ

ปีการศึกษา 2568 / 2
ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2
กลุ่มสาระ ภาษาไทย
หน่วย หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 วินิจสารเพื่อพัฒนาชีวิตและสังคม
ชั่วโมง วินิจสารเพื่อพัฒนาชีวิตและสังคม
เรื่อง กลอนดอกสร้อยรำพึง ในป่าช้า (3) 9 ม.ค. 69 (มีใบงาน)