กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า คือ วรรณคดีที่พระยาอุปกิตศิลปสารแปลและดัดแปลงจากบทกวีภาษาอังกฤษของธอร์มัส เกรย์ การเรียนรู้กลอนดอกสร้อยบทที่ 1-8 นักเรียนควรฝึกอ่านออกเสียงอย่างถูกต้องตามฉันทลักษณ์และการแบ่งวรรคตอน เพื่อเข้าถึงจังหวะและสัมผัสของกลอน ตลอดจนการถอดคำประพันธ์ วิเคราะห์เนื้อหา และตีความความหมายที่ซ่อนอยู่ กลอนดอกสร้อยจึงมีคุณค่าในการสะท้อนศิลปะการประพันธ์ไทย ทั้งในด้านโครงสร้าง ภาษา และความงดงามทางวรรณศิลป์ที่สมควรศึกษาและสืบทอดต่อไป
ตัวชี้วัด
ท 5.1 ม.2/1 สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านในระดับที่ยากขึ้น
ท 5.1 ม.2/2 วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดี วรรณกรรมและวรรณกรรมท้องถิ่นที่อ่านพร้อมยกเหตุผลประกอบ
ท 5.1 ตัวชี้วัด ม.2/3 อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K)
- อธิบายลักษณะคำประพันธ์ ฉันทลักษณ์ และความหมายจากการถอดคำประพันธ์กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าบทที่ 1-8 ได้ถูกต้อง
2. ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
- อ่านออกเสียงกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าบทที่ 1-8 ได้อย่างถูกต้องตามการแบ่งวรรคตอน และนำเสนอการวิเคราะห์เนื้อหาและการตีความอย่างเป็นระบบ
3. ด้านคุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A)
- ตระหนักและเห็นคุณค่าของวรรณคดีไทย โดยแสดงออกผ่านการตั้งใจเรียน และการสะท้อนคิดถึงข้อคิดที่ได้จากการเรียนรู้
- ใบงานที่ 3 เรื่อง วิเคราะห์กลอน สะท้อนใจ