กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า คือ วรรณคดีที่พระยาอุปกิตศิลปสารแปลและดัดแปลงมาจากกวีนิพนธ์ภาษาอังกฤษเรื่อง Elegy Written in a Country Churchyard ของกวีชาวอังกฤษ ธอร์มัส เกรย์ กลอนดอกสร้อยประกอบด้วย 33 บท แต่ละบทมี 2 กลอนสุภาพ หรือ 4 คำกลอน (รวม 8 วรรค) วรรคแรกมี 4–5 คำ และคำที่สองของวรรคแรกใช้คำว่า “เอ๋ย” ส่วนคำสุดท้ายของบทลงท้ายด้วย “เอย” การแบ่งวรรคตอนในการอ่านควรสังเกตรูปแบบสัมผัสและลำดับวรรคเพื่อให้เข้าใจความหมายและสัมผัสของบท กลอนดอกสร้อยมีคุณค่าในการสะท้อนศิลปะการประพันธ์ไทย ทั้งด้านโครงสร้าง ภาษา และความงดงามทางวรรณศิลป์
ตัวชี้วัด
ท 5.1 ม.2/1 สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านในระดับที่ยากขึ้น
ท 5.1 ม.2/2 วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดี วรรณกรรมและวรรณกรรมท้องถิ่นที่อ่านพร้อมยกเหตุผลประกอบ
ท 5.1 ตัวชี้วัด ม.2/3 อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K)
1) อธิบายความเป็นมาของวรรณคดี เรื่อง กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า และประวัติผู้แต่งได้
2) อธิบายลักษณะคำประพันธ์และฉันทลักษณ์ของกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า รวมถึงวิธีการแบ่งวรรคตอนในการอ่านได้
2. ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
- เขียนถ่ายทอดความรู้และยกตัวอย่างประกอบการอธิบายจากการศึกษาภูมิหลังของวรรณคดีได้อย่างเหมาะสม
3. ด้านคุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A)
- ตระหนักและเห็นคุณค่าของวรรณคดีไทย โดยแสดงออกผ่านการตั้งใจเรียน และการสะท้อนคิดถึงข้อคิดที่ได้จากการเรียนรู้
- ใบงานที่ 1 เรื่อง ตามรอยภูมิหลังวรรณคดี
- ใบงานที่ 2 เรื่อง การแบ่งวรรคตอนการอ่าน