เมื่อสถานการณ์โลกเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่๒ (พ.ศ.๒๔๘๒-๒๔๘๗) ขณะนั้นผู้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี คือ จอมพล ป. (แปลก) พิบูลสงคราม ได้ตระหนักถึงการละเล่นรื่นเริงประจำชาติจึงได้สั่งให้กรมศิลปากร ปรับปรุงการเล่นรำโทนให้มีระเบียบเรียบร้อย เป็นแบบฉบับอันดีงามของนาฏศิลป์ไทยและเพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปะการละเล่นพื้นเมือง โดยปรับปรุงการเล่นรำโทนให้เป็นระเบียบทั้งเพลงร้อง ลีลาท่ารำ และการแต่งกาย การปรับปรุงรำโทนให้เป็นมาตรฐาน ซึ่งการแต่งเนื้อร้องที่มีพื้นฐานมาจากกระแสชาตินิยมและหน้าที่พลเมือง ทำนองเพลงสามารถบรรเลงได้ทั้งวงดนตรีไทยและวงดนตรีสากล และบรรจุท่ารำจากแม่บท ศิลปะแบบราชสำนัก มากำหนดเป็นท่ารำเฉพาะแต่ละเพลงอย่างเป็นแบบแผนทั้งหมด 10เพลง
หลักการชมการแสดงควรปฏิบัติตนตามมารยาทในการชมการแสดงในฐานะผู้ชมที่ดี และหลักการวิจารณ์นาฏศิลป์ ผู้ชมควรศึกษาหลักการพิจารณาหรือหลักการวิจารณ์การแสดง ซึ่งการแสดงนาฏศิลป์จะประกอบไปด้วย องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ท่ารำ ดนตรี และเครื่องแต่งกาย เพื่อให้เกิด สุนทรียะไปกับการแสดง
ตัวชี้วัด
- ศ 3.1 ม.1/2 ใช้นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทางการละครในการแสดง
ม.1/3 แสดงนาฏศิลป์และละครในรูปแบบง่าย ๆ
ม.1/5 ใช้เกณฑ์ง่าย ๆ ที่กำหนดให้ในการพิจารณาคุณภาพการแสดงที่ชมโดยเน้นเรื่อง
การใช้แสดงการแสดงท่าและการเคลื่อนไหว
จุดประสงค์
4.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K)
- วิเคราะห์ ประวัติความเป็นมาของรำวงมาตรฐาน องค์ประกอบการแสดงรำวงมาตรฐาน
- มีความรู้ความเข้าใจเรื่องหลักการชมและการวิจารณ์นาฏศิลป์
4.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
- ร้องเพลงชาวไทยได้ถูกต้องตามคำร้องและทำนอง
- เขียนอธิบายและปฏิบัติตนตามมารยาทในการชมการแสดงในฐานะผู้ชมที่ดีได้
- สามารถวิจารณ์การแสดงอย่างสร้างสรรค์ตามหลักการวิจารณ์และนำพื้นฐานความรู้เรื่องการวิจารณ์ไปใช้ได้อย่างถูกต้องในชีวิตประจำวันหรือในอนาคต
4.3 ด้านคุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A) (ของแต่ละวิชา)
- เห็นคุณค่าของการแสดงนาฏศิลป์ไทยแต่ละประเภทและเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์งานนาฏศิลป์ไทย
- ชื่นชมและวิจารณ์การแสดงนาฏศิลป์ได้อย่างสร้างสรรค์
- แบบประเมิน
- แบบสังเกต