การกัดเซาะชายฝั่ง หลุมยุบ และแผ่นดินทรุด แต่ละภัยเกิดจากความสัมพันธ์ของปัจจัยหลายด้าน ทั้งความแรงและทิศทางของคลื่น ชนิดของหินและดินใต้ผิวดิน ปริมาณและการเปลี่ยนแปลงของน้ำใต้ดิน และกิจกรรมของมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ เช่น การสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำชายฝั่ง การสูบน้ำใต้ดินในปริมาณมาก หรือการถมดินในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการเกิดและความรุนแรงของภัยธรรมชาติในแต่ละพื้นที่
การสร้างแบบจำลองการกัดเซาะชายฝั่ง หลุมยุบ และแผ่นดินทรุด ช่วยให้เข้าใจขั้นตอนและกลไกการเกิดภัยธรรมชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม เห็นผลของการเปลี่ยนแปลงปัจจัยต่าง ๆ ต่อการเกิดภัย สามารถนำข้อมูลจากการสังเกตมาวิเคราะห์และอธิบายสาเหตุ ความสัมพันธ์ และผลกระทบของภัยธรรมชาติได้อย่างชัดเจน
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K)
- อธิบายความสัมพันธ์ของปัจจัยที่มีผลต่อกระบวนการเกิดภัยธรรมชาติการกัดเซาะชายฝั่ง หลุมยุบ และแผ่นดินทรุด
2. ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
1) การสังเกต การใช้ประสาทสัมผัสเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในแบบจำลองกระบวนการเกิดภัยธรรมชาติการกัดเซาะชายฝั่ง หลุมยุบ และแผ่นดินทรุด
2) การสร้างแบบจำลอง เพื่อศึกษาผลของการเปลี่ยนแปลงปัจจัยต่าง ๆ ต่อการเกิดภัยธรรมชาติ เช่น ความแรงของคลื่น ชนิดของหินและดินใต้ผิวดิน ปริมาณน้ำใต้ดิน และการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่จากกิจกรรมของมนุษย์
3. ด้านคุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A)
- ความมุ่งมั่นอดทน แสดงความมุ่งมั่นและความอดทนในการทำกิจกรรม โดยตั้งใจปฏิบัติงานอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้หลักฐานนำไปสู่การอธิบายความสัมพันธ์ของปัจจัยที่มีผลต่อกระบวนการเกิดภัยธรรมชาติการกัดเซาะชายฝั่ง หลุมยุบ และแผ่นดินทรุด
วิธีการ
1. สังเกตจากการตอบคำถามในชั้นเรียนและใบงาน
2. สังเกตพฤติกรรมที่แสดงถึงทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการทำกิจกรรม
3. สังเกตคุณลักษณะเจตคติ ค่านิยม
4. สังเกตพฤติกรรมที่แสดงถึงคุณลักษณะอันพึงประสงค์
เครื่องมือ
1. แบบประเมินความรู้ความเข้าใจ
2. แบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
3. แบบสังเกตคุณลักษณะเจตคติ ค่านิยม
4. แบบประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
5. แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์